การจัดการความเสี่ยงธุรกิจ ภายใต้สถาะการณ์ฉุกเฉิน รับมือ #COVID19

เป็นเดือนแล้ว ผมได้เห็นหลายๆองค์กรขนาดใหญ่ เริ่มปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน รับมือกับ COVID19 ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้น แต่ก็มีลูกค้าโทรมาถามเรื่อง แผนการรับมือ เลยเอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันครับ

แผนที่ว่า คือ Business Continuity Management – BCM หรือ การจัดการความต่อเนื่องธุรกิจ คือ แผนงานที่ทำให้ องค์กร

1 รับมือกับภัยคุกคาม (เช่น COVID19) ทำให้ ธุรกิจดำเนินไปได้ (เช่น ทำธุรกิจได้ ส่งมอบสินค้า/บริการ ให้ลูกค้า) และ
2 ฟื้นตัว (Recovery) ได้อย่างรวดเร็ว หลังจาก ภัยคุกคามได้ผ่านไป

BCM จะประกอบด้วย 3 แผนงาน (เยอะหน่อยนะครับ แต่สำคัญ)

1 INCIDENT MANAGEMENT PLANS (IMP) หรือ Emergency/Crisis Management Plan เพื่อจัดการกับวิกฤตฉุกเฉินที่เกิดขึ้น (เช่น ถ้าพนักงานหรือครอบครัวพนักงานติด COVID จะทำอย่างไร)

2 BUSINESS CONTINUITY PLANS (BCP) เพื่อบริหารการดําเนินภารกิจอย่างต่อเนื่อง (เช่น เกิดประกาศเคอร์ฟิว มีผลกระทบหรือไม่ แล้วจะทำอย่างไร)

3 RECOVERY PLAN (RP) หรือแผนกู้คืนภารกิจหลังภัยพิบัติผ่านพ้นไป

การวิเคราะห์การรับมือภัยคุกคาม ก็จะเริ่มจากวิเคราะห์ว่า ภัยนี้กระทบทรัพยากรที่สำคัญอะไรบ้่าง เช่น

เริ่มต้นจาก คือ ลูกค้า ‘หลัก’ คือใคร สินค้า/บริการหลักคืออะไร จากนั้น กำหนดทรัพยากรหลักที่จะใช้ในการผลิตสินค้าหลักนั้น คืออะไร โดยใช้หลัก 4M 1E คือ

M – Man คนงาน พนักงานหรือบุคลากรทั้งจากภายในและภายนอก
M – Machine เครื่องจักรหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก และ IT system
M – Material ผลิตภัณฑ์ บริการ วัตถุดิบหรืออะไหล่ อุปกรณ์อื่นๆ
M – Method กระบวนการทำงาน
E – Environment อากาศ สถานที่ ความสว่าง และบรรยากาศการทำงาน

ในกรณี COVID14 จะกระทบ M-Man ที่สุด เพราะเป็นโรคติดต่อร้ายแรง และเมื่อเป็นแล้ว จะทำให้ต้องกักตัว 14 วัน ดังนั้น จะเห็นว่าโรงงานผลิตก็จะเริ่มตรงนี้ โดยเฉพาะถ้าโรงงานเป็นโรงงานที่ยังต้องใช้แรงงานผลิต (ซึ่ง Work From Home ) ไม่ได้

สิ่งที่ต้องพึงระวังอย่างมาก คือ พนักงานของเรา ติดโรคมาจาก บุคคลใกล้ชิด เช่น เราสามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยง ที่มาสู่โรงงานเราได้ แต่พอ พนักงานเรากลับไปที่อาศัย ก็ต้องไปพบกับครอบครัว และอาจติดโรคมาได้
ตรงนี้ เรายังคงไม่ถึงจุดที่สั่งห้ามครอบครัวเจอกัน หรือให้พักในโรงงานเรา ไม่ให้กลับบ้าน แต่ก็ได้แนะนำไปว่า ให้แยกพนักงานของเราห่างๆกัน กระจายไปทำงานตามที่ต่างๆ แบ่งคน สลับกะ และ ที่สำคัญ อัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับ ครอบครัวของพนักงาน
(อย่าลืมว่า บางที พนักงานเราอาจจะไม่ได้บอกเราเรื่องครอบครัวเค้าติดโรค เพราะกลัวตกงาน)
ตรงนี้ บริษัทหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า บริษัทจ่ายเงินเดือน ให้ พนักงานกักตัวอยู่บ้าน หลังจากแฟนของพนักงาน ทำงานอยู่ในโรงงาน ซึ่งทั้งตัว พนักงานและ แฟนก็ไม่ได้ติด COVID แต่บริษัทนี้ ตัดสินใจให้กักตัว พร้อมจ่ายค่าจ้างให้ (ปรบมือรัวๆๆๆ)

นี่แค่ M – Man ส่วน M ที่เหลือและ E ก็วิเคราะห์กันต่อไป

จริงๆแล้ว BCP ยังมีส่วนที่สำคัญอีกคือ Recover Plan คือ หลังจาก ภัยคุกคามผ่านไปแล้ว เช่น COVID ลดน้อยลงจนควบคุมได้ ธุรกิจเราต้องกลับมาทำงานได้เหมือนเดิมในเวลาที่สั้นที่สุด เอาไว้มาเล่าครั้งหน้าครับ

สรุป
ผมเชื่อว่า ทุกบริษัทกำลังคิดเรื่องการทำ BCM อยู่ แนะนำว่า อย่านั่งคิดคนเดียวครับ เรียกประชุมผู้บริหาร (ประชุมทางไกล หรือ นั่งห่างกัน 1-2 เมตร และใส่หน้ากาก)
ตอนวางแผน ให้คิดว่าเลวร้ายที่สุดเป็นอย่างไร (Worse Case Planning) และจะรับมืออย่างไร
ในเหตุการณ์แบบนี้ คิดลบ ได้ครับ แต่ เมื่อ คิดลบ แล้ว ก็หาทางออกครับ จะได้ไม่เครียดนะครับ

ฝากไว้ครับ
Fail to Plan is Plan to Fail – พลาดการวางแผน คือ การวางแผนให้พลาด แล้วก็ ปฏิบัติตามแผนครับ อย่า แพลนนิ่ง คือ แพลน แล้ว นิ่งๆ (ขำๆครับ)

#แบ่งปัน
ถ้าท่านเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ กรุณากดแชร์เพื่อประโยชน์ของเพื่อนๆ
ถ้าท่านสนใจเรื่องนี้ หรือชอบเรื่องนี้ คอมเม้นใต้ข้อความ “เอาอีก” ขอบคุณครับ หรือ กดไลค์ เพื่อติดตามเรื่องดีๆได้ครับ

#ไวรัสโควิด19 #ประเทศไทยต้องชนะ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กด เพิ่มเพื่อน แล้วคุยกับทีมที่ปรึกษา Inno Insight ครับ
เพิ่มเพื่อน

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.