Ownership สิ่งสำคัญที่มองไม่เห็น

หลายวันก่อน ไปเป็นวิทยากรให้พนักงานกลุ่มบริษัทระดับใหญ่มากในประเทศ ทางฝ่ายบุคคลเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ ทางสำนักงานใหญ่ เน้นเรื่อง การเป็น Entrepreneur หรือ การมี Ownership ของพนักงานทุกระดับ วันนั้นเลยมีโอกาสได้แอดเรื่องนี้เข้าไปในสัมมนาเลย (เกาะติดกระแสหน่อย เทคนิค improvise ของวิทยากร)

ครั้งนี้เลยขอขยาย คำว่า Ownership ให้เห็นภาพหน่อย

สมมุติว่า เราอยุ่ในร้านอาหารหรูหรา โต๊ะสะอาดเรียบหรู พื้นสะอาดเงาวับ แบบมดหกล้ม ีลูกค้าคนหนึ่ง ทำกระดาษตกลงพื้นอย่างไม่ตั้งใจและเดินออกไป สักพักก็มี พนักงานเดินมา เห็นกระดาษแต่ไม่สนใจ และเดินผ่านไป อีกแป๊บมีคนเดินมา แล้วก็สั่งให้พนักงานมาเก็บ แต่พนักงานก็มองๆแต่ไม่สนในอะไร จนกระทั้ง ในที่สุด มี พนักงานอีกคนเดินมา และ เก็บกระดาษใส่ถัง และก็เดินไปทำงานอื่นต่อ

สังเกตุเห็นอะไรครับ?

มีคนอยู่ 3 ประเภท  ประเภทที่หนึ่ง เห็นและรู้ แต่ไม่สนใจทำอะไร เพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ตัว ประเภทที่สอง เห็นและรู้ แต่สั่งให้คนอื่นทำ และ ประเภทที่สาม เห็น รู้ และทำ โดยที่ไม่คิดว่าจะเป็นหน้าที่ตัวเองหรือไม่

ประเภทที่หนึ่ง คือพนักงานทั่วไป ที่สนใจแต่งานตัวเอง งานอื่นถือว่าไม่ใช่หน้าที่ ประเภทที่สอง เหมือนหัวหน้าส่วนใหญ่ คือ ชี้นิ้ว ไม่ทำเอง แต่มอบหมายให้คนอื่นที่เห็นว่าสมควรทำ และ ประเภทที่สาม คือ คนที่ทำตัวเหมือน เจ้าของบริษัท

กระดาษที่ตกลงสู่พื้น คือ สิ่งที่ทุกคนมองเห็น แต่ ทัศนคติของคนต่อเหตุการณ์คือ สิ่งที่มองไม่เห็น และมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่บอกว่า ใจของพนักงานอยู่ที่ตรงไหน

ถ้าทุกคนเป็น พนังงานทั่วไป กระดาษก็เต็มพื้นไป ถ้าทุกๆคนเป็นผู้จัดการ เวลาจะหมดไปกับการสั่งการมากกว่าการทำ แต่ถ้าทุกคนเป็น เจ้าของ ทุกอย่างก็เดินไปอย่างราบรื่น และสำเร็จด้วยกัน คุณอยากให้องค์กร คุณเป็นแบบไหนครับ

เอกรัตน์ 18.2.2561

FB Page RightThingRight

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.